การเมืองกับขายตรง

การเมืองกับขายตรง

เขย่าขวดขายตรง โดย คมกริช 

อุตสาหกรรมการขายตรงถือเป็นช่องทางการตลาดที่ทำให้เกิดการกระจายสินค้าจากผู้ผลิตหรือจากบริษัทที่ทำธุรกิจขายตรงไปยังผู้บริโภคหรือลูกค้าอีกช่องทางหนึ่ง นอกเหนือจากธุรกิจการค้าปลีกตามศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ   ปัจจุบันมียอดขายรวม ของธุรกิจเครือข่ายขายตรงปีหนึ่ง เกือบ 100,000 ล้านบาท     ซึ่งถือว่ามีมูลค่าไม่น้อยเลย  หากเรามาตรวจสอบดูว่ามีผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจนี้มากน้อยเพียงใดหลายคนอาจคาดไม่ถึง  จากข้อมูลที่ผ่านมามีผู้คนสนใจ เข้ามาทำธุรกิจ ขายตรงในเมืองไทยนั้นไม่น้อยกว่า 12 ล้านคน   ซึ่งอาจเทียบสถิติจำนวนประชากรของประเทศไทยปัจจุบันที่มีราว 70 ล้านคนก็จะเห็นตัวเลขว่ามีคนอยู่ในวงการขายตรงถึง 17% คนเหล่านี้บรรลุนิติภาวะ สามารถออกสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งเลือกผู้แทนของเขาได้   ไม่ว่าจะ เป็นการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติก็ตาม

เสียงจากกลุ่มคนขายตรงเหล่านี้ คนในแวดวงการเมืองไม่สนใจบ้างหรือ หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงจำนวนกว่า  10 ล้านเสียงไป   ถือเป็น Super โบนัสพิเศษตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้เลย   แต่ถ้าได้แล้วอย่าลืมช่วย ผลักดันธุรกิจเครือข่ายขายตรง ให้เป็นธุรกิจมหาชน ที่ทุกคนสามารถเข้ามาสู่ธุรกิจนี้ได้ จะทำให้ประชาชนในชาติที่ตกงานอยู่ในเวลานี้  มีอาชีพมีรายได้มีธุรกิจเป็นของตนเอง  โดยการลงทุนที่ไม่เยอะก็สามารถ ประสบความสำเร็จได้  อยู่ที่ว่า พรรคการเมืองไหน จะมองทะลุเห็นโอกาสนี้  และทำวิธีการอันใด  เพื่อให้ได้ใจได้คะแนนจากคนขายตรงไปครอบครอง  ซึ่งน่าจะเป็นฐานการเมืองที่มั่นคงแน่นหนา ให้กับพรรคการเมืองนั้นไปอีกนาน ขอเพียงให้มีความจริงใจและจริงจังกับคนขายตรงจริงๆ  เมื่อนั้นเราจะได้เห็นพลังของคนเครือข่ายขายตรง   ที่พร้อมจะแสดงแสนยานุภาพ  เทใจเทคะแนนให้อย่างไม่ลังเล..